วิธีดูแลตัวเองหลังทำศัลยกรรม อย่างถูกวิธีเป็นอย่างไร

หลังการทำศัลยกรรมแล้ว วิธีดูแลตัวเองหลังทำศัลยกรรม ก็สำคัญไปไม่แพ้กว่าขั้นตอนและการเตรียมตัวก่อนทำศัลยกรรมเลยก็ว่าได้ แต่สิ่งที่อยากจะยกตัวอย่างและพูดถึงต่อไปนี้ไม่ว่าจะเป็นการประคบร้อน, การประคบเย็น, การทานยาตามกำหนด, การออกกำลังกายเบาเบา, หรือการทานอาหารเสริมต่างๆก็ยังไม่สำคัญเท่ากับ “ การดูแลจิตใจของตัวเองหลังศัลยกรรม ”

การดูแลและเตรียมพร้อมกับสภาพจิตใจของตัวเองให้ดีไม่นอยด์ หรือ ไม่ตื่นตกใจกับสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น หลังการทำศัลยกรรม เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและหาทางแก้ปัญหาได้ทันท่วงที หรืออาการบวมที่ทั้งชีวิตนี้ ไม่เคยเป็นมาก่อน!


ใช่แล้วค่ะ! อย่างที่ทราบกันดีว่า การผ่าตัดย่อมเกิดแผลเกิดอาการบวมช้ำ ซึ่งแน่นอนว่าในช่วงหนึ่งถึงสองอาทิตย์แรกคนไข้จะไม่เห็นความสวยของตัวเองเลยซะด้วยซ้ำ อาจจะเห็นเพียงเลือนลางหรือสามารถจินตนาการได้ว่า… โอเคตาฉันโตขึ้นแล้วนะ ใบหน้าฉันเรียวลงแล้วนะ โหนก กรามหายไป หน้าดูเรียวขึ้น

แต่แน่นอนว่าในช่วงหนึ่งถึงสองสัปดาห์แรก ไม่มีคนไข้คนไหนอยากออกไปเจอเพื่อนหรือออกไปปาร์ตี้แน่นอน จะออกไปได้อย่างไรล่ะคะ เพราะทั้งเขียวช้ำม่วงหรือบางครั้งอาจจะมีผ้าพันแผลพันอยู่บริเวณใบหน้าก็เป็นได้

วิธีดูแลตัวเองหลังทำศัลยกรรม และ เตรียมตัวอย่างไร

การส่องกระจกบ่อยๆ หลังการทำศัลยกรรมมีผลทำให้คนไข้เกิดความวิตกกังวลและรู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองไม่เปลี่ยนแปลงไปสักเท่าไหร่ แน่นอนล่ะค่ะว่าจะเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างไรในเมื่อคนไข้เฝ้าแต่จ้องกระจกและจับผิดใบหน้าตัวเองอยู่ตลอดเวลา ส่องกระจกไม่เท่าไหร่ มือก็พลอยจะไปแกะนู่นดึงนี่ เคยมีครั้งหนึ่งคนไข้ผ่าตัดกระดูกโครงหน้าโหนกกรามและคาง คนไข้ท่านนี้ส่องกระจกทั้งวันเลย อ้าปากดูแผล ดูไหมในปากและเอานิ้วไปเขี่ยๆบริเวณที่เป็นไหมละลายที่คุณหมอเย็บอยู่ในปากจนไหมหลุดออกมาก่อนกำหนด วันถัดมาใบหน้าบวมขึ้นกว่าปกติ เนื่องจากแผลยังไม่แห้งสนิทและไหมที่เย็บไว้หลุดออกทำให้เลือดไหลออกมา อาการบวมมากขึ้น (อาการบวมเกิดจากเลือดไหลนั่นเอง) ทำให้คุณหมอจะต้องจับเย็บแผลใหม่ แทนที่จะหายเร็วๆ กลับกลายเป็นหายช้าลงไปอีก นี่คือตัวอย่างของการกังวลมากเกินไปและพยายามจับผิดใบหน้าของตัวเองมากเกินไป

สภาพของสุขภาพจิตใจหลังทำศัลยกรรม

ว่ากันด้วยเรื่องของ การดูแลรักษสุขภาพจิตใจหลังทำศัลยกรรม ของตัวเองดีแล้ว คนรอบข้างที่ดูแลคนไข้ขณะพักฟื้นหลังการผ่าตัดก็จะต้องไม่พูดลักษณะแง่ลบกับคนไข้ เช่น ไม่น่าทำเลย ของเดิมก็สวยอยู่แล้ว ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้คนไข้นั้นคิดมากและจิตตกมีความกังวลลงไปอีก

เคยมีคนไข้รายหนึ่งเหมือนกันเธอทำศัลยกรรมออกมาจนสวยมาก สวยกว่าเดิมมากๆ แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังยอมรับว่าเธอนั้นสวยขึ้นมากและคนรอบข้างที่ไม่ใช่เพื่อนหรือครอบครัวก็ยอมรับว่าเธอสวยขึ้นมากจริงๆ แต่คนรอบข้าง ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเธอต่างพูดจาแง่ลบ เช่น ฉันคิดว่าแก้มของเธอห้อยเกินไปนะ, ฉันคิดว่าใบหน้าเดิมก็สวยอยู่แล้ว,

ทำศัลยกรรมมีเงินอย่างเดียวไม่ได้นะต้องไม่มีสมองด้วย แบบนี้เป็นต้น ดิฉันฟังจากคนไข้ท่านนี้ที่เข้ามาปรับทุกข์ให้ดิฉันฟังแล้วก็รู้สึกสงสารมาก ไม่คิดว่าเธอจะมีคนแบบนี้อยู่รอบข้างคนไข้ จนเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอขาดความมั่นใจและอยากจะแก้ไขใบหน้าอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ใบหน้าของเธอก็สวยแล้ว

เห็นไหมเขาว่าการมีจิตใจที่แข็งแรงมีความมั่นใจในตัวเอง เชื่อว่าเราทำดีแล้วตัดสินใจถูกแล้ว ไม่ว่าปัจจัยภายนอกจะมีความเห็นอย่างไร เราก็จะคงมีความมั่นใจอยู่อย่างนั้น เพราะสุดท้ายแล้วความงามเป็นสิ่งเฉพาะบุคคล 100 คนก็มีความงาม 100 แบบ ดังนั้นทำศัลยกรรมแบบที่ตัวเองเพิ่งพอใจและชอบมากที่สุดก็เพียงพอแล้ว

หลังศัลยกรรม กินหรือห้ามกินอะไรได้บ้าง

ต่อมาเราจะมาคุยกันเรื่อง อาหารการกินหลังการทำศัลยกรรม บ้างอาหารที่คนไข้ควรงดโดยเด็ดขาดหลังการทำศัลยกรรม คือ

ของหมักดอง ของดิบแอลกอฮอล์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถรับประทานได้หลังการผ่าตัดผ่านไปแล้วอย่างน้อยหนึ่งเดือน

กรณีคนไข้ผ่าตัดโครงหน้า

ในกรณีที่คนไข้ทำการปรับโครงหน้าหรือผ่าตัดขากรรไกรไม่สามารถเคี้ยวของเหนียว แข็งหรือกัดของแข็งได้ สามารถรับประทานอาหารได้ปกติเมื่อเวลาผ่านไปแล้วประมาณสองเดือนหลังการทำศัลยกรรม

ประคบเย็น

การประคบเย็น มีผลทำให้เลือดหยุดไหล คนไข้จะต้องประคบเย็นอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องเป็นเวลา 48 ชั่วโมงหลังการทำศัลยกรรม เพื่อให้เลือดหยุดไหลได้เร็วที่สุด การที่เลือดหยุดไหลนั่นเองทำให้คนไข้มีอาการบวมที่ลดน้อยลง เพราะการบวมเกิดจากเลือดที่ไหลแล้วออกมาคั่ง

ประคบร้อน

การประคบร้อน มีผลช่วยทำให้ลดรอยช้ำหลังการผ่าตัด คนไข้สามารถประคบร้อนได้แต่ต้องมั่นใจว่าอุณหภูมิความร้อนนั้นเป็นอุณหภูมิความร้อนที่พอเหมาะไม่ทำให้ผิวหน้าไหม้หรือเกิดรอยดำ คนไข้สามารถประคบร้อนหลังการทำศัลยกรรมไปแล้วประมาณหนึ่งสัปดาห์

การรับประทานยา โดยส่วนมากแล้วยาที่คุณหมอให้คนไข้ทานหลังการทำศัลยกรรมจะเป็นประเภทกลุ่มฆ่าเชื้อซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะ ลดการอักเสบ คนไข้จำเป็นจะต้องทานยาให้ครบตามกำหนดเพื่อไม่ให้เกิดอาการดื้อยาในอนาคต